GGFBank View my profile

เอนทรี่นี้จะว่าด้วยการจัดทัพในเกมส์ซามูไร&ดราก้อน ของ PS Vita ซึ่งเป็นส่วนที่มีคนไม่เข้าใจเยอะที่สุดในส่วนสงครามซึ่งอยู่สามส่วนหลักของเกมส์ (สร้างเมือง/สงคราม/ลุยดันเจี้ยน)
 
 
เริ่มแรก ในการจัดทัพ ให้มาที่Unit แล้วเลือกคำสั่งย่อย Formation
 
 
จะเข้ามาที่หน้าจอการจัดทัพซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. ฐานต่างๆของเรา ซึ่งแต่ละฐานจะสามารถมียูนิทย่อยได้สูงสุด 5 ยูนิต
2.การ์ดที่เรามีอยู่ในขณะนี้ และยังไม่ได้นำมาจัดทัพ
3.บอกว่ายูนิตที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอเป็นของฐานไหน ยูนิตที่เท่าไหร่
-การนำการ์ดมาใส่แต่ละตำแหน่ง ทำได้โดยการใช้นิ้วลากการ์ดมาใส่ตำแหน่งที่ต้องการ
4.ตำแหน่งLeaderของยูนิต จะเป็นยูนิตที่อยู่แนวหลังสุดและเป็นหัวหน้าหน่วย ถ้ายูนิตนี้ถูกโจมตีจนกำลังทหารเหลือศูนย์ จะแพ้ทันที ควรเลือกยูนิตที่มีระยะยิงเยอะๆ เพราะไม่งั้นจะไม่สามารถโจมตีข้ามยูนิตพวกเดียวกันที่อยู่ด้านหน้าได้
5.ตำแหน่งCenter ตอนแรกจะยังเซ็ตไม่ได้ ต้องสร้าง March training Hall ในฐานนั้นๆก่อน เป็นยูนิตสนับสนุน หรือจะเป็นยูนิตโจมตีเสริมก็ได้
6.ตำแหน่งFront หรือแนวหน้า เป็นยูนิตหลักที่ทำหน้าที่รับการโจมตีและโจมตีใส่แนวหน้าของอีกฝ่าย
7.Cost ของทีมที่จัดไว้ โดยเริ่มต้นจะมีค่าสูงสุดแค่ 4.5 แต่เพิ่มได้โดยการสร้างOfficer Academy หรือใช้CPซื้อเพิ่ม(ชั่วคราว)
8.ค่าSiege หรือความสามารถในการโจมตีฐานของยูนิต ค่านี้จะใช้เวลาที่เราโจมตีหอคอยหรืออาณาเขตของผู้เล่นคนอื่น
9.Detail รายละเอียดเชิงลึกของทีมที่จัดว่าได้รับค่าโบนัสจากอะไรบ้าง ระยะโจมตีแค่ไหน ฯลฯ
 
ระยะโจมตีคืออะไร?

คือระยะสูงสุดที่การ์ดนั้นๆสามารถโจมตีได้ ซึ่งถ้าระยะ 1 คือโจมตีได้แค่ศัตรูตรงหน้าเท่านั้น ถ้ามีพวกเดียวกันหรือศัตรูขวางอยู่จะไม่สามารถโจมตีข้ามไปได้ จนกว่ายูนิตที่ขวางอยู่จะเหลือกำลังทหารเท่ากับศูนย์ เนื่องจากการแพ้ชนะจะขึ้นอยู่กับการจัดการLeader ของอีกฝ่ายเท่านั้น กลยุทธ์ที่ทำให้โจมตีข้ามไปหาLeaderอีกฝ่ายได้ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีไม่น่าเชื่อ

 
ตัวอย่าง Front ระยะโจมตี 2 ถ้าเจอกับทีมที่มียูนิตครบ 3 ตำแหน่งจะสามารถโจมตี Front กับ Center ได้ ถ้าจะโจมตี Leader ต้องกำจัด FrontหรือCenter อย่างน้อย 1 ตัวซะก่อน
Leader ระยะโจมตี 4 (การ์ดระยะโจมตี 3+มีสกิลเพิ่มระยะโจมตี)สามารถโจมตีข้ามพวกเดียวกัน เข้าไปหาLeader ของอีกฝ่ายได้เลย
 
ค่าพลังต่างๆของการ์ด

 
Race เผ่าของการ์ด
LV ระดับเลเวลของการ์ด ยิ่งใช้งานบ่อยการ์ดจะยิ่งเลเวลสูง ทำให้อัพค่าพลังได้เยอะขึ้น
Cost ค่าCostของการ์ดเมื่อเซ็ตในยูนิต โดยปรกติยูนิตที่Costสูงๆจะแข็งแกร่งกว่าCost ต่ำๆมาก
Attack พลังโจมตี
Defense พลังป้องกัน
Intelligence ความฉลาด เป็นค่าที่เอาไว้คำนวณความแรงเวลาใช้สกิล
Agility ความเร็ว ใช้ตัดสินว่าฝั่งไหนจะได้โจมตีก่อน
Siege ความสามารถในการโจมตีฐาน ยิ่งค่าเยอะยิ่งพังฐานง่าย
Range ระยะโจมตี
EXP /Next ค่าประสบการณ์ที่การ์ดมีอยู่/ต้องการเพื่อเลเวลถัดไป
Stamina ค่าพลังกายของการ์ด ยิ่งสูงจะได้โบนัสเวลาต่อสู้เยอะขึ้น ถ้าต่ำกว่า100 เวลาต่อสู้จะไม่ได้ค่าประสบการณ์ ค่านี้จะเพิ่มเมื่อปล่อยการ์ดให้อยู่เฉยๆไม่สั่งโจมตี
No.of Soldier จำนวนทหารที่อยู่กับการ์ดใบนี้ หรือก็คือHP ของการ์ดใบนี้ ยิ่งมากยิ่งโจมตีได้แรงและทนการโจมตีได้เยอะขึ้น สามารถเพิ่มได้โดยใช้คำสั่ง Recruit ด้านล่าง หรือผลของสกิลบางชนิดเท่านั้น
Skill กรอบมุมขวาบน ซึ่งจะสามารถติดได้สูงสุด 3 สกิล Base สกิลประจำการ์ดใบนั้น SUB1,2 สกิลที่ได้จากการ Synthesis
-สกิลจะแบ่งเป็น 3 แบบ
1.สกิลสั่งใช้ปรกติ มีโอกาสติดเป็นเปอร์เซนต์ ถ้าสกิลทำงานในเทิร์นๆนั้น การ์ดจะใช้สกิลแทนการโจมตีปรกติ
2.Passive สกิลที่จะส่งผลอัตโนมัติตลอดการต่อสู้ จะเป็นสกิลที่เพิ่มพลังของการ์ดบางอย่าง
3.สกิลที่ทำงานเมื่อเริ่มการต่อสู้ จะทำงานก่อนการต่อสู้จะเริ่มโดยไม่นับรวมกับการโจมตีปรกติ
 
ขออธิบายต่อ พาร์ทหน้านะครับ มัน...ยุ่งยากกว่าที่คิด ด้นสดได้แค่นี้

ว่าด้วยเรื่องพลังฮึด

posted on 09 Jan 2013 19:39 by ggfbank
ไปเจอมาจากเว็บ TV TROPE รวมวีธีที่จะทำให้ตัวละครสามารถฮึดกลับมาสู้ในกรณีที่เสียเปรียบอยู่
 
1. Realize what it is that you are really fighting for if you haven't done so yet.
รู้สึกตัวถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องสู้ (ถ้าก่อนหน้านี้ยังนึกไม่ออก)
2. Think of your friends.
คิดถึงเพื่อนที่ร่วมฝ่าฟันกันมา
3. Your belief in yourself is so strong that you refuse to give up.
เชื่อในตัวเองอย่างแรงว่าจะไม่ยอมแพ้!
4. Your cause is so important, you are simply not allowed to lose.
มีสาเหตุในการต่อสู้ที่สำคัญมากจนจะแพ้ไม่ได้
5. Resolve an inner conflict that has been holding you back.
แก้ปัญหาขัดแย้งในจิตใจตัวเองที่ทำให้ใช้พลังเต็มที่ไม่ได้
6. Your magical trinket starts glowing and heals your wounds.
ไอเท็มวิเศษ(ที่อาจจะไม่เคยใช้)ที่ติดตัวมาทำงานและฟื้นพลังให้
7. Just get really pissed off.
โกรธให้มากที่สุด!
8. -or the opposite: Calm your mind and focus.
หรือทางตรงกันข้าม ทำจิตใจให้เยือกเย็น
9. Ask the spirit of your ancestors, your deity or just the universe in general to give you more strength.
ขอพลังจากบรรพบุรุษ เทพต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง
10. A loved one is in danger!
คนรักตกอยู่ในอันตราย!
11. Realize that you are correct and your opponent is not; being the moral one will also make you superior in combat.
รู้สึกตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก และอีกฝ่ายผิด จะได้ดึงพลังออกมาได้!
12. Use sheer grit and force of will.
ใช้กำลังใจ!
13. On the brink of death you uncover a yet-unrevealed power.
พอใกล้ตาย พลังแฝงก็จะตื่นขึ้น!
14. Did you make a vow to yourself or a promise to someone else (for example, "I will definitely come back!")? You're not going to break your word, are you?
ฉันสัญญา(กับใครก็ได้) ว่าฉันจะกลับไป... ฉันจะไม่ผิดสัญญา
15. Is your belief in yourself or your weapons so strong that nothing can faze it?
เชื่อในตัวเองหรืออาวุธที่ถืออยู่ว่าไม่มีทางแพ้!
16. Fight the way a person like you would fight, rather than copying someone else.
สู้ด้วยแนวการต่อสู้ของตัวเอง ไม่ใช่วิธีที่เลียนแบบมาจากคนอื่น!
17. Have a friend or a random kid beg you to stand back up. It'd be rude to let them down, right?
มีเพื่อนหรือเด็กซักคนขอร้องว่า"อย่าแพ้" ต้องๆไม่ทำให้เขาผิดหวัง!
18. A ghost, a Spirit Advisor or some other apparation does the same.
หรืออาจจะเป็นวิญญานของเพื่อนหรืออาจารย์ที่ตายไปแล้วมาขอร้องก็ได้
19. A Superpowered Evil Side that was hidden until this point suddenly surfaces.
พลังด้านมืดที่ซ่อนอยู่เผยตัวออกมา
20. Remember what the Big Bad has done and all of his atrocities and then use The Power of Hate
สิ่งเลวร้ายที่ศัตรูทำ แล้วใช้พลังแห่งความแค้น!
21. Realize that whatever collateral damage that might come around by unleashing all of your power is nothing compared to what will happen if this villain beats you.
รู้สึกตัวว่า ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากตัวเอกปลดปล่อยพลังเต็มที่จนอาจจะควบคุมไม่ได้ยังน้อยกว่าความเสียหายที่จะเกิดถ้าศัตรูเอาชนะตัวเอกได้
 
credit http://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Main/HeroicSecondWind
 
ส่วนตัวชอบข้อ 21นะ เหอๆ
ขอออกตัวก่อนว่าผมยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นซีรี่ย์จนจบ (เพิ่งดูเต็มๆไปตอนเดียว แผ่น2-3ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดดูเลย) แต่ได้อ่านเนื้อเรื่องคร่าวๆจากเว็บต่างๆมาแล้วและค่อนข้างถูกใจ(มาก) แล้วพอดีได้ตั๋วฟรีมาเลยได้ไปดูภาคหนัง (ไม่งั้นคงต้องรอแผ่นค่อยซื้อเก็บ) ขอสรุปง่ายๆก่อนเลยว่า...
 
นี่มันหนังตลกชัดๆ!
 
 
ตัวหนังเป็นการเล่าเรื่องของทีวีซีรี่ย์แบบตัดต่อใหม่ โดยเพิ่มฉากบางส่วนและเนื้อเรื่องใหม่ขึ้นมาส่วนหนึ่ง(ฉากลุงเสือแปลงร่าง เอ่อ...แต่งตัวในรถนี่อย่างฮา ขำทั้งโรงหนัง!) แล้วตัดบทของตัวรองออกไปส่วนหนึ่งเพื่อเน้นคู่หลักทั้งสองให้มากขึ้น แต่ให้พูดตรงๆ เวลาชั่วโมงครึ่งนี่เนื้อเรื่องแทบไม่เดินเลย ถ้าเทียบกับภาคทีวีนี่เนื้อเรื่องยังไปไม่ผ่านตอนที่4-7 เลยด้วยซ้ำ!
 
แต่ตัวหนังก็ทำออกมาได้ดี ดีมากเลยด้วยซ้ำ ทำให้ผมอินไปกับเนื้อเรื่องและขำไปกับมุขที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะมุขของตาโอริกามิที่ฮาแทบทุกอันกับมุขดักคอคนดูของไฟร์เอมเบลมนี่เจ็บปวดทุกมุข (อย่ามาขโมยซีนบลูโรสเซ่!) ที่เพลาๆไปหน่อยก็คือซีนบู๊ที่ไม่ค่อยได้เน้นเท่าไหร่ แม้กระทั่งบอสใหญ่ของหนังที่เอาจริงๆไม่น่าจะเรียกว่าสู้ด้วยซ้ำ เหมือนเล่นไล่จับมากกว่า แถมตรรกะวิธีสู้กับความสามารถบอสก็แปลกๆเลยทำให้อารมณ์ช่วงท้ายแผ่วๆไปหน่อย ตอนหนังจะจบยังคิดอยู่เลยว่าน่าจะมีศัตรูที่สู้เก่งมากๆออกมาอีกซักตัวจะได้มีซีนมันส์ๆส่งท้าย แต่ก็ไม่มี จบไปทั้งอย่างนั้นซะงั้น ตอนหนังจบความสัมพันธุ์ของคู่เสือ-กระต่ายก็ไม่ได้ดีขึ้นมากมาย แต่อาจจะเป็นตามธีมของหนังที่สื่อถึง"การเริ่มต้น"ก็เป็นได้
 
แต่ช่วงท้ายของหนังก็มีตัวอย่างภาค 2 โผล่มานิดหน่อย ซึ่งอยากดูสุดๆเลยคร้าบบบบบ

คะแนนโดยรวม B+ ถ้าฉากสู้บอสใหญ่มันส์กว่านี้คงให้คะแนนเยอะขึ้นอ่ะนะ
 
ปล.ตอนตัวอย่างหนังภาค2จบ คนดูเริ่มลุกออกจากโรง ตัวอย่างหนังภาคใหม่ของโค้ดกีอัสดันฉายขึ้นมา! ทุกคนพร้อมใจกันกลับไปนั่งดูต่อ ไม่ใครเดินออกก่อนซักคนเลยล่ะ (ฮา)